อู๊ด

อู๊ด เป็นต่อ ชีวิตเคยแย่นอนป้ายรถเมล์ รับงานซ้อนถูกด่าไล่ให้ออกจากวงการ

อู๊ด เป็นต่อ ได้ออกมาเปิดใจให้ฟัง ชีวิตเคยแย่สุดเคยไม่มีเงินถึงขั้นต้องนอนตามป้ายรถเมล์ รับงานซ้อนถูกชี้หน้าด่า ไล่ให้ออกจากวงการ

อู๊ด เป็นต่อ หรือ อู๊ด-ธีระชาติ ธีระวิทยากุล เป็นอีกหนึ่งตลกที่มีชื่อเสียงและคอยสร้างเสียงหัวเราะให้แฟนๆ ได้เสมอซึ่งล่าสุดเจ้าตัวก็ได้ผันตัวทำธุรกิจเปิดร้านขายชาบู โดยได้การตอบรับที่ดีเกินคาด

อู๊ด

งานนี้ อู๊ด เป็นต่อ ได้ออกมาเปิดใจให้ฟังว่า ตนยังไม่ทิ้งงานในวงการ แต่อยากหาธุรกิจทำเพื่อความมั่นคงในอนาคต พร้อมเผยถึงจุดที่เคยลำบากที่สุดในชีวิตให้ฟังต่อว่า เคยไม่มีเงินถึงขั้นต้องนอนตามป้ายรถเมล์ ไม่มีแม้แต่เพื่อนคนไหนที่ยื่นมือมาช่วย และตนเคยเกือบโดนไล่ออกจากวงการเพราะรับคิวงานซ้อน กลายเป็นบทเรียนที่ทำให้จำมาจนถึงทุกวันนี้

“ตอนแรกปีนี้ตั้งใจจะไม่รับงาน เพราะธุรกิจที่ทำค่อนข้างยุ่งโดยเฉพาะร้านชาบู เพราะพี่คิดว่าจะเปิดให้ได้ 100 สาขา ในช่วง 3 เดือนแรก ซึ่งตอนนี้กำลังทำอยู่ แต่พอมีงานติดต่อเข้ามาก็ตัดสินใจว่า โอเค รับ แต่ก็รับแค่เรื่องเดียว”

ทุ่มเทกับร้านชาบูขนาดนี้แสดงว่าจะไม่รับงานในวงการบันเทิงแล้ว ?

“ถ้าหากยังมีใครที่เมตตาและสงสารผมก็ยังรับอยู่ครับ แต่หลายๆ คนเขาก็บอกนะว่าอาชีพนักแสดงเป็นอาชีพไม่แน่นอน ยิ่งเราไม่ใช่พระเอกด้วยแล้ว เวลาที่ละครปิดกล้องพระเอกหรือคนหล่อๆ เขาก็ยังไปเดินแบบ ไปรับงานพิธีกรได้ แต่เราล่ะครับ เอาไปวางคู่กับหมาเขายังซื้อหมาเลย มันก็เลยเป็นเหตุผลที่ผมคิดว่าอยากจะทำอะไรที่มันสร้างสรรค์และสร้างอาชีพที่มั่นคงให้กับตัวเอง”

รู้สึกว่าเร็วไปไหมกับ 100 สาขา ภายในระยะเวลาเพียงแค่ 3 เดือน ?
“เร็วครับ เร็วมาก เพราะหลักการของเราคือเราทำแบบจริงจังจริงใจ และมีการปฏิบัติการทางธุรกิจที่ชัดเจน ซึ่งสาขาทั้งหมดนี้เป็นสาขาแบบเอ็กซ์เพรสนะครับ เป็นสาขาที่เราเปิดรับหุ้น หากใครสนใจจะทำกับเรา เราก็มีรายละเอียดให้ ซึ่งราคาก็ไม่ได้แพงคุณไม่จำเป็นต้องใช้เงินก้อนถึงหลักล้าน เพราะเงินแค่หลักแสนของคุณก็สามารถหุ้นกับเราได้แล้ว เพราะสาขาใหญ่ที่ผมทำเอาไว้ ภายใน 2 ปี ตอนนี้ก็เปิดเรียบร้อยแล้ว 46 สาขา และก็กำลังจะเปิดอีก 5 สาขาในอนาคตครับ”

“จริงๆ ผมเริ่มเปิดจองแล้วนะครับ สำหรับแบบเอ็กซ์เพรส ซึ่งเปิดไปได้แค่ 2 ชั่วโมง ก็มีคนมาจองแล้วประมาณ 15 สาขา และในอนาคตก็น่าจะมีเข้ามาอีกเรื่อยๆ”

ดูเหมือนเราค่อนข้างมุ่งมั่นและจริงจังกับการทำธุรกิจเป็นอย่างมาก ?
“ผมแลกด้วยชีวิตครับ ผมแลกด้วยการเลิกดื่ม เลิกทำอะไรทุกอย่าง คือถ้าเรายังดื่มเหมือนเดิม ยังใช้ชีวิตลั้นลามันก็คงจะไม่ดีครับ”

ส่วนตัวเราเองตอนนี้เริ่มรู้สึกอิ่มตัวกับงานในวงการแล้วหรือยัง ?
“ผมมองว่ามันเป็นชีวิตของผมมากกว่าครับ และยิ่งเราเป็นคนที่ชอบคุย ชอบความสนุกสนานด้วยแล้ว พอได้อยู่กับทุกคนแล้วทำให้ทุกคนมีความสุข ผมก็อยากจะทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ”

แสดงว่าธุรกิจก็ทำ งานในวงการก็ไม่ทิ้ง ?
“ไม่ทิ้งครับ แต่การรับงานซ้อนผมเคยโดนมาแล้วทีหนึ่ง คือโดนเขาชี้หน้าผมเลยและก็บอกกับผมว่า ‘ถ้าทำกับเขาอย่างนี้ อย่าอยู่ในวงการอีกเลย’ (หัวเราะ) ก็คือว่าตอนนั้นงานมันเยอะจัด คิวมันยุ่งมากจริงๆ ซึ่งผมก็ไม่เข้าใจว่าผมสำคัญขนาดนั้นเลยเหรอ ผมคิดว่าถ้าหากไม่มีผมก็คงจะคนอื่นได้มั้ง ซึ่งผมก็พูดแบบนี้ให้เหตุผลกับเขาไป แต่เขาก็ให้เหตุผลผมกลับมาเหมือนกันว่า ‘เขาขอคิวผมแล้ว’ จากนั้นผมก็กลัวเลยครับแล้วก็เข้าไปขอโทษเขา ไปสวัสดีปีใหม่เขา คือเขาก็เป็นผู้จัดท่านหนึ่ง ซึ่งเขาก็ได้ให้คำสอนกับผมมาว่า ‘เวลารับงานก็รับแค่อันใดอันหนึ่ง และก็อย่าเล่นให้มันหาย มีงานให้มันแปะเอาไว้ในวงการ เพื่อจะได้เป็นการประชาสัมพันธ์ตัวเอง’ ก็ประมาณนี้ครับ”

ถือว่าเรื่องนี้เป็นบทเรียนครั้งใหญ่สำหรับเราเลยหรือเปล่า ?
“เป็นบทเรียนอันสาสมใจเลยครับ และก็บอกเลยนะครับ ใครที่งานยุ่งๆ งานเยอะๆ อย่ารับซ้อน เพราะมันจะมีปัญหาแน่นอน มันจะกระทบกับกองถ่ายของคนอื่น ถือว่าเป็นประสบการณ์ของผมที่จะไม่ทำอีกแล้วครับ กลัวแล้ว”

นอกจากธุรกิจที่ทำอยู่ ยังมีธุรกิจอื่นๆ อีกไหมที่เราอยากจะทำอีก ?
“เอ่อ…ตอนนี้ผมทำธุรกิจอยู่ 3 ตัวครับ ตัวแรกก็คือกระทะ เป็นกระทะเนื้อเดียวกับกระทะแบรนด์ดังซึ่งผมนำเข้ามาจากเมืองจีน แต่ว่าราคาไม่ได้ขนาดนั้น เป็นราคาที่คนไทยสามารถจับต้องได้ ซึ่งผมตั้งชื่อกระทะชนิดนี้ว่ากระทะแฮปปี้กริล และอีกอย่างหนึ่งก็คืออุปกรณ์ที่เกี่ยวกับร้านชาบูทั้งหมดเลย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องหั่นผัก หั่นพริก เครื่องคั้นน้ำมะนาว ตู้แช่ ตู้เย็น และกล้องวงจรปิด”

ทำงานเยอะขนาดนี้เราตั้งใจจะนำเงินไปทำอะไรอีก ?
“ผมอยากจะเก็บเงินไว้ให้กับลูก เก็บเอาไว้ให้คนที่เราสร้างเขาขึ้นมาแล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้ผมโดนคำถามนี้บ่อยมากว่า ‘ทำขนาดนี้ตายแล้วผมจะเอาไปได้เหรอ’ แต่เราไม่ได้จ้องจะตายอยู่ตลอดเวลานี่ครับ เรายังมีคนข้างหลังให้ต้องดูแลอีกตั้งมากมาย ทั้งลูก ทั้งเมีย ทั้งพ่อทั้งแม่ เวลาเราป่วยไม่สบายก็เอาเงินไปเข้าโรงพยาบาลเอกชนได้เลย นี่คือสิ่งที่ผมกลัวครับ เพราะตอนที่ผมไม่มีเงินเลยผมต้องนอนป้ายรถเมล์ ผมไปหาเพื่อนที่ผมรักมากๆ แต่สุดท้ายผมก็ไม่ได้รับการต้อนรับอย่างที่ผมคิดไว้ หรือแค่ผมจะไปขอยาพารามาทาน ผมยังถูกมองตั้งแต่หัวจรดเท้าแต่เขาก็ให้นะ เพราะวันนั้นผมสำนึกได้ตอนผมปวดหัวมากผมนอนอยู่ที่ป้ายรถเมล์ ถ้าเราไม่มีเงิน ชีวิตเราจะลำบากมาก ความจนมันน่ากลัวมากครับ”

“นั่นคือเหตุผลที่ผมจะต้องทำงานเก็บเงิน ถ้าหากโรงเรียนเขาให้เรียนฟรี ผมจะไม่ทำงาน ถ้าหากสามารถเดินไปกินอาหารที่ไหนก็ได้ ผมจะไม่ทำงาน ถ้าหากเขาสร้างบ้านแล้วเราไปขออยู่ด้วยได้ ผมก็จะไม่ทำงาน คือถ้าเดินไปที่ไหนแล้วไม่ต้องใช้เงิน ผมก็จะไม่ทำงาน แต่ทุกวันนี้เราต้องทำงานครับเราต้องกินต้องใช้”

พอจะบอกได้ไหมว่าเราลงทุนไปเท่าไหร่กับธุรกิจต่างๆ ที่ทำอยู่ ?
“มี 7 หลักแน่นอนครับ อาจจะ 10 กว่าด้วยซ้ำ แต่ว่าทั้งหมดมันก็คือการลงทุน มันคือเครดิตของเรา …

ไก่

ไก่ วรายุฑ เปิดใจแค่ข้ามคืน”แมท ภีรนีย์”โพสต์รูปคู่สงกรานต์ เรตติ้งดิ่งลงเหว

ไก่ วรายุฑ ออกมาเคลียร์  “แมท ภีรนีย์” โพสต์รูปคู่กับพ่อหม้ายไฮโซ สงกรานต์ เรตติ้งละครดิ่งลงเหว

ไก่ วรายุฑ มิลินทจินดา ในที่สุดก็ออกมาเคลียร์อย่างเป็นทางการหลังมีกระแสข่าวว่าละครบ่วงนฤมิตที่เจ้าตัวเป็นผู้จัดเรตติ้งลดลงแบบฮวบๆ แถมยังถูกตัดให้เหลือเพียงแค่ 9 ตอน ซึ่งหลายคนก็โยงไปถึงกรณีดราม่าความรักของนางเอกสาว แมท-ภีรนีย์ คงไทย กับพ่อหม้ายไฮโซ สงกรานต์ เตชะณรงค์ ว่าอาจจะมีส่วนทำให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว

ไก่

ซึ่งงานนี้นอกจากผู้จัดละครชื่อดังอย่าง ไก่ วรายุฑ จะออกมาชี้แจงถึงสาเหตุที่ต้องตัดละครให้เหลือเพียงแค่ 9 ตอนแล้ว เจ้าตัวก็ยังยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่มีใครถูกใครผิด และนางเอกสาวก็ไม่จำเป็นต้องขอโทษตนด้วย

มีกระแสข่าวว่า ละครบ่วงนฤมิต ตอนนี้ถูกตัดเหลือเพียงแค่ 9 ตอนเท่านั้น จริงไหม ?
“ไม่ได้โดนตัดเหลือ 9 ตอนนะ แต่ที่เหลือ 9 ตอนก็เป็นเพราะว่าละครมันถ่ายมานาน 3 ปีแล้ว ดังนั้นพี่ก็เลยต้องตัดเอาซีนที่มันเชยๆ ซีนที่มันไม่ทันสมัยออก ซึ่งจริงๆ การตัดออกไปมันก็ไม่ได้ขนาดนั้นหรอก แค่พอตัดแล้วมันไม่ลงตัวเรื่องตอน เราก็เลยต้องทำให้มันครบตอน”

แสดงว่าเป็นความตั้งใจของเราเองในการตัด ?
“ใช่ เป็นความตั้งใจของพี่เองช่องไม่ได้สั่ง”

เหมือนหลายคนสงสัยว่าอาจจะมีความเชื่อมโยงกับข่าวของ แมท ภีรนีย์ ?
“เอ่อ…ข่าวมันมาหลังจากที่พี่ตัดเสร็จนะ ซึ่งตอนที่พี่เห็นข่าวนี้ครั้งแรก พี่ก็สงสัยเหมือนกันว่าข่าวมันจะไปถึงไหนหรอ แต่พี่ก็ไม่โทษใครนะเพราะความรักมันโทษกันไม่ได้”

รู้สึกยังไงบ้างที่คนบอกว่าไม่อยากดูละครเพราะนางเอก ?
“ถ้าหากใครได้เข้าอินสตาแกรมของพี่ก็จะเห็นว่า คำพูดและข้อความต่างๆ ที่ถูกพิมพ์ส่งเข้ามาล้วนแล้วแต่เป็นข้อความให้กำลังใจ ซึ่งตัวพี่เองก็รู้สึกดีใจเหมือนกันที่แฟนๆ ละครของพี่เขาไม่ได้ทอดทิ้ง ถึงแม้เขาจะไม่ดูแต่เขาก็ให้กำลังใจ”

รู้สึกบั่นทอนไหม เพราะเราตั้งใจทำละครขนาดนี้ แต่ฟีดแบคกลับไม่ได้เป็นอย่างที่หวัง ?
“ไม่บั่นทอนนะ คือถ้าไม่เกิดเรื่องอะไรขึ้นอาจจะบั่นทอนกับตัวเองมากกว่า แต่ที่มันเกิดเรื่องนี้คนทั้งประเทศก็รู้ว่าเกิดอะไร ฉะนั้นมันเป็นสิ่งที่เราช่วยไม่ได้ และเราก็ต้องยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น”

จริงไหมว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ส่งผลถึงเรตติ้งละครของเรา ?
“พี่ก็บอกกับทางช่องไปว่าอย่ามาว่ากันนะ อะไรที่เกิดขึ้นเราไม่ได้เป็นคนทำ อะไรที่เกิดขึ้นคุณคงเข้าใจแล้ว”

แสดงว่าพี่ไก่ได้มีการคุยกับทางช่องเรียบร้อยแล้วถึงเรื่องนี้ ?
“พี่บอกกับเขาตั้งแต่วันที่ 2 เลย เพราะวันแรกของพี่ที่ละครออนมันได้เรตติ้ง 2 กว่าๆ แต่พอคุณน้องโพสต์ภาพวันเดียวเหลือ 1.9 โอ้ยตายสวรรค์ตก”

แมทเขาได้ติดต่อมาคุยหรือขอโทษเราบ้างไหม ?
“ไม่มีติดต่อมา พี่ไม่ได้ต้องการคำขอโทษ เขาก็ไม่ได้ทำอะไรผิด เขาไม่ได้ทำผิด เขาเป็นอย่างนี้ของเขา เขาชัดเจน เขาไม่ได้ทำผิด เพราะฉะนั้นไม่ต้องขอโทษพี่”

พอเรตติ้งเหลือ 1.5 แบบนี้ เรายังโอเคอยู่ไหม ?
“ตอนนี้พี่ปกติแล้ว ตอนแรกพี่ก็รู้สึกวูบเหมือนกันนะว่าตกขนาดนี้เลยเหรอ แล้วจะเป็นอย่างไรต่อไป แต่พอได้กำลังใจจากประชาชน ได้กำลังใจของแฟนๆ ที่เข้ามาบอกว่า ละครของพี่สนุก ละครของพี่ดี แต่เขาไม่ได้ดู พี่ก็โอเคแล้ว”

คิดว่าจะมีโอกาสดึงลุ้นเรตติ้งกลับมาได้ไหม ?
“เฉยแล้วค่ะ ปล่อยวาง อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด มันไม่ใช่ความผิดของใครทั้งสิ้น มันเป็นความคิดของคนดู และเป็นความชอบของคนดู ที่จะอยากดูหรือไม่อยากดู อันนี้โทษกันไม่ได้ แต่พี่ก็ต้องขอขอบคุณแฟนๆ ละครพี่ ทั้งที่ไม่ได้ดูแต่ก็ยังให้กำลังใจพี่อยู่ตลอดเวลา ซึ่งมันทำให้เรามีกำลังใจ ทำให้เราอยากทำละครต่อไป”

ปัจจัยในการเลือกนักแสดงเรื่องหน้าจะต้องดูไลฟ์สไตล์ส่วนตัวเขาด้วยไหม ?
“พี่ไม่เคยเลือก คือพี่ไม่รู้คนไหนเป็นอะไรอย่างไร นักแสดงก็คือนักแสดง ถ้าตรงกับบุคลิกตัวละคร พี่ก็เลือกตรงนั้น แต่สิ่งที่มันเกิดขึ้นพี่ไม่รู้ว่าอะไรจะเกิด พี่ห้ามไม่ได้ ความรักพี่ห้ามไม่ได้”

ตอนนั้นที่ทำงานร่วมกับแมท เขาเป็นอย่างไรบ้าง ?
“ก็ปกติดี เขาก็เป็นนักแสดงปกติ เขาก็รับผิดชอบงาน”

เหมือนตอนนี้อีกเรื่องเขาก็ไม่กล้าหย่อนลงไป เพราะกลัวจะโดนเหมือนละครพี่ไก่ ?
“ก็ไม่แน่นะ ทุกคนก็หวาดเหมือนกัน พี่ก็ยังหวั่นๆ เลยว่าแฟนฉันจะดูของฉันไหมเนี่ย แต่ก็ยังดีที่มีแฟนส่วนหนึ่งยังดูของพี่”

 

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

แพรว คณิตกุล ฟรอยด์ ณัฏฐพงษ์รักล่ม คบ 5 ปี เหลือแค่ความทรงจำ

แพรว คณิตกุล เกิดความห่างเหินขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน รักล่ม คบ 5 ปี เหลือแค่ความทรงจำ

แพรว คณิตกุล เนตรบุตร และหนุ่ม ฟรอยด์-ณัฏฐพงษ์ ชาติพงษ์ ปล่อยให้หลายคนสงสัยในความสัมพันธ์มาสักพัก หลังจากเกิดความห่างเหินขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นการอวยพรวันเกิดแบบเศร้าๆ การเลิกติดตามกันในอินสตาแกรม รวมไปถึงภาพคู่ที่ลดลงไป

แพรว

ล่าสุดนี้เป็นที่ยืนยันแล้วว่า ความรักของ แพรว และ ฟรอยด์ นั้นถึงทางตันแล้ว หลังจากมีการออกมายืนยันจากผู้ใกล้ชิดว่าทั้งคู่มีปัญหากันจริงๆ แม้จะพยายามปรับตัวเข้าหากันแต่ก็ไม่เป็นผล สุดท้ายจึงต้องเลิกรา ปิดฉากคู่รักอารมณ์ดีไปอย่างน่าเสียดาย

หากย้อนกลับไปก่อนหน้านี้เพียงไม่กี่วัน หนุ่มฟรอยด์ ได้โพสต์ภาพเดี่ยวของตัวเอง พร้อมกับคำคมมากมาย ที่มองดูผิวเผินอาจจะเป็นการล้อเล่นตามสไตล์ แต่มีอยู่หนึ่งคำคมที่น่าสนใจ ก็คือคำคมที่ว่า “#อยู่ดีดีก็โสดอยู่โสดโสดก็ดี” ซึ่งยังไม่แน่ชัดว่าข้อความดังกล่าวเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของเจ้าตัวและอดีตแฟนสาวหรือไม่

แต่หากสังเกตดีๆ ความห่างเหินของทั้งคู่เกิดขึ้นมาช่วงระยะเวลาหนึ่งแล้ว แม้จะยังไม่มีการออกมาชี้แจงถึงสาเหตุของการเลิกราจากปากของทั้งคู่ แต่คาดว่าหาก แพรว และ ฟรอยด์ มีความพร้อม และสภาพจิตใจดีขึ้น แฟนๆ คงได้รู้พร้อมๆ กัน

 

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

จั๊กจั่น

จั๊กจั่น เคลียร์ชัดตีความเหตุผลที่ยังไม่มีแฟน เพราะเสียศูนย์หลังวิวาห์เคยล่ม

จั๊กจั่น อคัมย์สิริ เคลียร์ชัด คนตีความเหตุผลที่ยังไม่มีแฟน เพราะเคยเสียศูนย์หลังวิวาห์ที่วางแผนไว้เคยล่มลงเมื่อสิบปีก่อน

จั๊กจั่น อคัมย์สิริ สุวรรณศุข ยังคงเป็นคำถามคาใจใครหลายๆ คน เมื่อนางเอกสาวได้ไปออกรายการหนึ่งแล้วถูกถามถึงเรื่องความรัก ซึ่งก็ทำให้คนตีความไปว่าเหตุผลที่ทุกวันนี้เธอยังไม่มีแฟน เพราะเคยเสียศูนย์หลังวิวาห์ที่วางแผนไว้เคยล่มลงเมื่อสิบปีก่อน

จั๊กจั่น

งานนี้ จึงได้ออกมาเปิดใจให้ฟังชัดๆ ว่าอาจจะเป็นเพราะการพาดหัวข่าวที่ทำให้เข้าใจผิดกันไปมากกว่า แต่ที่ยังไม่พร้อมเปิดตัวแฟนเพราะต้องการจะให้มั่นใจจริงๆ ส่วนเรื่องหัวใจที่ผ่านมาก็ยอมรับว่ามีคนคุยๆ บ้าง ซึ่งเธอก็ไม่เคยปิดบังอะไร

ล่าสุดที่เราไปออกรายการบอกว่าเสียศูนย์หลังวิวาห์ล่ม ?
“จริงๆ เป็นที่การพาดหัวข่าวมากกว่า เพราะว่ามันไม่ได้อะไรขนาดนั้น เหมือนอาต๋อยคงถามว่าทำไมถึงไม่มีข่าวว่ามีแฟนหรือคบกับใครเลย แล้วก็บอกว่าด้วยความที่เราเป็นผู้หญิง จากประสบการณ์อะไรที่ผ่านๆ มา ต่อไปนี้คือเราอยากจะแน่ใจก่อนว่าคนที่เราจะเปิดเผยต่อไป คือคนที่เราอยากจะใช้ชีวิตคู่ด้วย ก็อาจจะเป็นที่พาดหัวมั้ง”

แสดงว่าเรื่องนั้นมันยังฝังใจเราอยู่ ?
“ไม่ใช่ค่ะ เพียงแค่ว่าคนต่อไปที่เราจะเปิดเผยคือคนที่เราชัวร์แล้วแค่นั้นเองค่ะ”

ไม่เคยเสียศูนย์เพราะเรื่องนี้ หรือมีแต่ผ่านมาแล้ว ?
“ผ่านมาเป็นสิบปีแล้วค่ะ เลยเฉยๆ แล้ว สตรองมาก สตรองมานานมาก แต่ยังไม่เจอใครแค่นั้นเอง”

เพราะอะไร เราก็พักมานานแล้ว ?
“ก็มีเรื่อยๆ แหละ แต่แค่ไม่ได้บอก โอ้โห… (หัวเราะ) ไม่ใช่ ก็มีคนมาคุย แต่แค่อยากให้ชัวร์ก่อนแล้วค่อยบอก เราก็เป็นผู้หญิงอ่ะ อายุเราก็ไม่ใช่ 20-21 เราก็อยากจะชัวร์ก่อน”

จริงๆ ที่ผ่านมาก็ไม่เคยว่าง แต่ไม่ได้บอก ?
“เราอยู่ในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เราก็จะโกหกไม่ได้ใช่ไหมคะ แต่แหม… ผู้หญิงเราก็ต้องมีคุยบ้าง จะไม่มีคุยเลยมันก็ผิดปกติใช่ไหม ก็มีคุยบ้าง (หัวเราะ)”

ด่านสำคัญของเราในการคัดคน ?
“ด่านสำคัญเหรอคะ ก็คือเข้าใจงานเรา ต้องยอมรับว่าบทละครแต่ละเรื่องอย่างลิขิตริษยา พริ้งคนเริงเมือง พอเราโตขึ้น บทละครที่เราได้รับก็จะหลากหลายขึ้น ถึงเนื้อถึงตัวมากขึ้น การที่เรายังไม่มีแฟนหรือยังไม่ได้ตกลงปลงใจกับใครแน่นอน มันก็ทำให้เราทำงานได้เต็มที่ ไม่ต้องเกรงใจ เพราะไม่งั้นเราต้องเกรงใจทั้งบ้านแฟนเราหรืออะไร จะปฏิเสธว่าไม่แคร์เลยก็ไม่ได้ค่ะ”

บทบาทต่างๆ ที่เราได้รับ มันทำให้คนที่เข้ามาหาเรา มองเราเป็นคนแรงไหม ?
“เราปกติอยู่แล้ว พอเวลาคัตปุ๊บเราก็เป็นเราปกติ ถ้าผู้ชายคนไหนที่เข้ามาจะเข้าใจผิดหรือหาว่าเราแรงตามบทละครที่เราเล่น เราตัดทิ้งเลย เพราะรู้สึกว่าถ้าไม่เข้าใจว่าการแสดงคือการแสดง ก็คงยากที่จะไปต่อ เพราะอยู่ในจุดที่ไม่ใช่เด็กๆ แล้ว”

แต่สิบปีที่ผ่านมาก็ไม่มีภาพไปไหนมาไหนกับใครเลย ?
“เพราะว่าปลอมตัว ไม่ใช่ (หัวเราะ) ล้อเล่น ก็มันไม่มีค่ะ”

แต่เราก็ไปไหนมาไหนปกติ ใช้ชีวิตปกติ ?
“ก็ใช้ชีวิตปกติ”

ตอนนี้ก็ไม่มี ?
“ก็ปกติค่ะ”

โสดสนิทไหม ?
“เดี๋ยวถ้ามีคนไหน จะรีบบอกเลย เพราะบางคนอาจจะมีอะไรที่แอบแฝงเอาไว้ จะให้ทุกคนช่วยจับตาเป็นนักสืบ”

คนที่เข้ามาจะเป็นคนในวงการไหมหรือนอกวงการ ?
“ในวงการไม่ค่อยมีใครจีบเลยอ่ะ (หัวเราะ) มีแต่นอกวงการค่ะ”

 

ขอบคุณแหล่งที่มา     https://www.sanook.com

ซีแนม ถูกแฟนทำเซอร์ไพรส์ คุกเข่าสวมแหวน อย่างกับซีนขอแต่งงาน

ซีแนม สุนทร แฟนสาวหล่อทำเซอร์ไพรส์คุกเข่าสวมแหวน อย่างกับซีนขอแต่งงาน แต่เป็นความพิเศษในวันครบรอบที่ทั้งคู่คบกันมานานกว่า 9 ปี

ซีแนม สุนทร ส่องชีวิตดี๊ดีของนักร้องและนักแสดงที่แฟนๆ รู้จักกันดี ล่าสุดควงแฟนสาวหล่อ ไปเที่ยวประเทศอังกฤษ เติมความหวานกันอีกเช่นเคย แต่ทริปนี้พิเศษ ก็ตรงที่มีช็อตที่แฟนของซีแนม แอบทำเซอร์ไพรส์มาคุกเข่าสวมแหวนให้ซีแนมนี่แหละ เรียกว่าอย่างกับซีนขอแต่งงาน และซีแนมก็ไม่คิดว่าจะมีโมเมนต์แบบนี้ในชีวิต

ซีแนม

ซึ่งซีแนมก็ได้โพสต์โมเมนต์หวานๆ นี้ลงโซเชียลด้วย หลังจากแฟนๆ เข้ามาแสดงความยินดี พร้อมกับได้เคลียร์ไปเลยว่าไม่ได้ขอแต่งงาน แต่เป็นความพิเศษในวันครบรอบที่ทั้งคู่คบกันมานานกว่า 9 ปี และตอนนี้ก็ยังจับมือกันแน่นใช้ชีวิตคู่ด้วยกัน

“More than word the best moment in my life ไม่ได้ขอแต่งงานน๊าาา แค่คุกเข่าให้แหวนครบรอบ9ปี เพื่อนๆไม่ต้องใส่ซอง ขอบคุณมากๆๆนะคะ การเดินทางผ่าน9ปี มันมีทั้งทุกข์และสุขปะปนกันไป เป็นธรรมดาแค่เราก้าวข้ามมันมาด้วยกัน จนมีวันนี ชีวิตคู่มันไม่มีอะไรง่าย แต่มันก็เกิดขึ้นได้ถ้าทั้งสองจับมือแน่นๆไปพร้อมไปด้วยกัน @kaka_a ไม่คิดว่าครั้งนึงในชีวิตจะได้มีโมเมนต์คุกเข่าให้แหวนแบบนี้บ้าง”

 

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

ริท เดอะสตาร์ โชว์ซิกแพค ท่ามกลางอากาศติดลบ หนาวนี้ฟินเวอร์

ริท เดอะสตาร์ โชว์ซิกแพคท่ามกลางอากาศหนาว ที่ประเทศญี่ปุ่นแบบจัดเต็มเลยทีเดียว

ริท เดอะสตาร์ หรือ ริท เรืองฤทธิ์แน่นและฟิตมาก สำหรับซิกแพคของคุณหมอสุดหล่อ ที่นับวันยิ่งเตะตาสาวๆ จนใจเต้นไม่เป็นจังหวะ เพราะก่อนหน้านี้เจ้าตัวเคยไปเที่ยวทะเล พร้อมกับอวดความดีงามของรูปร่างให้ได้ดูผ่านอินสตาแกรมมาแล้ว ล่าสุดนี้จัดหนักยิ่งกว่า เพราะโชว์ซิกแพคท่ามกลางอากาศหนาว ที่ประเทศญี่ปุ่นแบบจัดเต็มเลยทีเดียว

ริท

โดยหนุ่มริท ได้โพสต์ภาพขณะไปเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่น ที่มีทั้งภาพแฟชั่นหล่อๆ ท่ามกลางหิมะ และภาพที่สวมใส่เพียงกางเกงตัวเดียว ขณะกำลังเตรียมตัวลงบ่อออนเซ็น

พร้อมภาพขณะแช่น้ำร้อนให้ได้ดู แต่ทีเด็ดต้องยกให้ภาพที่เจ้าตัวกำลังเตรียมตัวแช่ออนเซ็น เพราะเผยให้เห็นซิกแพคเป็นลอนๆ แม้อากาศภายนอกจะติดลบ ก็ไม่สามารถทำอะไรเจ้าตัวได้เลย

งานนี้หนุ่มริท ได้เขียนข้อความประกอบด้วยว่า “อากาศหนาวหนาว กับ ออนเซ็นเหงาเหงาคนเดียว”แน่นอนว่าคอมเมนต์ที่เข้ามาต่างอาสาเป็นเพื่อนหนุ่มริท ในการแช่ออนเซ็นครั้งนี้ .

เพราะเห็นคุณหมอคนดังโพสต์เหงาๆ จึงอาสาด้วยความเป็นห่วง บ้างก็บอกว่าหนุ่มริทยังคงรักษารูปร่าง และซิกแพคได้เป็นอย่างดี เห็นแล้วดีต่อใจสุดๆ ไปเลยจ้า

 

ขอบคุณแหล่งที่มา  https://www.sanook.com

เท่ง เถิดเทิง กลับบ้านวันปีใหม่ ได้เจอหน้าลูกเมีย โชว์หอมแก้ม 3 คนพ่อแม่ลูก

เท่ง เถิดเทิง เดินทางกลับบ้านในช่วงเทศกาลปีใหม่ หลังจากที่หายหน้าหายตาไปนาน เพราะเจอกับมรสุมดราม่าภายในครอบครัวรุมเร้าอยู่นานหลายเดือน

เท่ง เถิดเทิง ทำเอาบรรยากาศงานฉลองปีใหม่ของครอบครัวนักแสดงตลกอารมณ์ดีอบอุ่นขึ้นกว่าเดิมเยอะ

เท่ง

ซึ่งการกลับบ้านของตลกหนุ่มในครั้งนี้ ลูกสาวอย่าง น้องพลอย มงกุฎเพชร เป็นผู้ทำหน้าที่ประกาศให้กับแฟนๆ ที่ติดตามข่าวได้รับรู้ ด้วยการโพสต์ภาพถ่ายสุดน่ารักขณะที่เธอยื่นแก้มให้ คุณแม่มาลาและคุณพ่อเท่งหอมฟอดใหญ่กันคนละข้าง

พร้อมกับเขียนแคปชั่นสั้นๆ ใต้ภาพว่า “Happy New Year”

ขณะที่บรรดาแฟนคลับที่ได้เห็นภาพดังกล่าว ต่างก็เข้ามาร่วมแสดงความยินดี พร้อมทั้งส่งกำลังใจให้กับทั้งสามคนอย่างล้นหลาม แถมยังบอกอีกด้วยว่า นี่คือภาพที่รอคอยมานานมากแล้วจริงๆ

 

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

กานต์ อดีตเมีย “เสก โลโซ” เปิดศึกอีกรอบ หลัง “อีฟ” ขึ้นโรงพักแจ้งความ

กานต์ วิภากร อดีตเมีย “เสก โลโซ” ไม่ปล่อยให้รอนานลุกขึ้นแจ้งความเช่นกัน หลัง “อีฟ” ขึ้นโรงพักแจ้งความ

กานต์ วิภากร อดีตภรรยาของ เสก โลโซ ยังคงเป็นเรื่องราวอลเวงมากคล้ายจะเป็นรักสามเส้าเราสามคนของครอบครัว หลังจาก ได้ไลฟ์ผ่านเฟซบุ๊คพร้อมกับบุกเข้าไปในบ้านพร้อมกับไล่ อีฟ แฟนสาวคนใหม่ออกจากบ้าน และประกาศทวงสมบัติทุกอย่างคืน ประกาศทุกอย่างเป็นของลูกสามคน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 20 ธ.ค. ที่ผ่านมา

กานต์

จากนั้นยังมีการสาดน้ำลายใส่กันเป็นพักๆ เรียกว่าาเป็นการเปิดศึกกันผ่านโซเชียล กระทั่งเมื่อวันที่ 28 ธ.ค. อีฟ อภิสร์ญา ได้เดินทางไปที่ สน.คันนายาว เป็นการไปแจ้งความระบุว่าได้รับข้อความข่มขู่ โดยมีข้อความดังนี้

พร้อมกับลงท้ายว่า “แจ้งความเพื่อป้องกันสิทธิทางกฎหมาย จบที่คันนายาว”

ล่าสุด กานต์ วิภากร ไม่ปล่อยให้รอนานลุกขึ้นแจ้งความเช่นกันโดยบอกว่า “แจ้งมา แจ้งกลับ ไม่โกง เดี๋ยวรู้เลย!!”

ศึกนี้จะเป็นอย่างไรยังไม่รู้ แต่อยากให้ทั้งคู่หันหน้ามาทำความเข้าใจกันดีกว่า เป็นกำลังใจให้ทั้งคู่เลย

 

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

ดีเจต้นหอม ถึงกับน้ำตาไหล เมื่อเปิดสลิปแล้วเห็นตัวเลขโบนัสที่ได้

ดีเจต้นหอม เธอถึงกับดีใจน้ำตาไหล เมื่อเปิดสลิปเงินเดือนและดูตัวเลขโบนัสที่ตัวเองได้

ดีเจต้นหอม ศกุนตลา เทียนไพโรจน์ ถือเป็นกำลังใจสำหรับมนุษย์เงินเดือนเมื่อสิ้นปีก็ต่างลุ้นตัวเลขของโบนัสเงินเดือนกันเป็นแถว ที่เธอมีอาชีพเป็นดีเจที่คลื่น EFM 104.5 ในช่วงรายการพุธทอล์คพุธโทร ที่โด่งดังและมีแฟนรายการโทรเข้ามาปรึกษาเรื่องราวต่างๆ เป็นจำนวนมาก

ดีเจต้นหอม

เพราะรายการดังและเป็นที่รู้จักของทุกคน เหตุผลนี้เองหรือเปล่าที่ทำให้ ดีเจต้นหอม เปิดสลิปเงินเดือนและดูตัวเลขโบนัสที่ตัวเองได้ เธอถึงกับดีใจน้ำตาไหล โดยภาพดังกล่าวนั้นเธอได้อัดเป็นคลิปไว้

“เมื่อโบบัสปลายปีออก รับซองตื่นเต้นจังเลย มือสั่น มดดำยังกรี๊ดเลย จริงเหรอ ทำไมได้โบนัสเยอะจังเลย ไม่กล้ารับเลยเกรงใจ มาทำงานอาทิตย์ละวัน จริงเหรอน้ำตาจะไหล จะไปไหนได้ เลขศูนย์หลายตัว ได้โบนัสเยอะ ไม่กล้าไปไหนแล้วอ่ะ จงรักภักดี เจริญๆ นะคะบอส”

พร้อมกับปิดท้ายแบบขำขำว่า “กรุณาอย่าด่าดีเจเลยเวลาดีเจขายของในรายการวิทยุ 555 #คืนนี้พุธทอล์ค จะอ่านพีอาร์ลูกค้าคนเดียวนะ 555”

หลายคนเห็นอาการของ ต้นหอม แล้วต่างเข้ามายินดีด้วยกันยกใหญ่ พร้อมกับบอกว่าอยากดีใจแบบนี้บ้างจัง

 

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.sanook.com

วงการตลกอาลัย

วงการตลกอาลัย “พ่อดม ชวนชื่น” สวมเสื้อสีชมพูรดน้ำศพตามคำสั่งเสีย

วงการตลกอาลัย พ่อดม ชวนชื่น สวมใส่เสื้อสีชมพูรดน้ำศพ ตามเจตนารมณ์ที่พ่อดมสั่งเสียไว้

วงการตลกอาลัย เป็นงานศพที่ไม่อยากให้มีใครเศร้าโศกเสียใจตามคำสั่งเสียของตลกในตำนาน พ่อดม ชวนชื่น หรือ อุดม ชวนชื่น หลังเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งตับในวัย 83 ปี โดยกำหนดการจากครอบครัวชวนชื่นได้แจ้งว่ามีการจัดตั้งสวดพระอภิธรรมศพ ณ ศาลา 1 วัดนวลจันทร์ เป็นเวลา 5 วัน

วงการตลกอาลัย

ซึ่งเมื่อช่วงบ่ายวันนี้ (25 ธ.ค.) บรรยากาศการรดน้ำศพ พ่อดม ชวนชื่น เต็มไปด้วยความอาลัยรักจากครอบครัวและลูกหลานในวงการตลก อาทิ เก้า จิรายุ, โน้ต เชิญยิ้ม, เป็ด เชิญยิ้ม, นุ้ย เชิญยิ้ม, ชูษี เชิญยิ้ม, หยอง ลูกหยี, เจี๊ยบ เชิญยิ้ม, ถั่วแระ เชิญยิ้ม, อาไท กลมกิ๊ก, แอนนา ชวนชื่น เป็นต้น

โดยทุกคนที่มาต่างสวมใส่เสื้อสีชมพู เพื่อทำตามเจตนารมณ์ที่ พ่อดม ชวนชื่น ได้บอกไว้ก่อนเสียชีวิต

อีกทั้งทางครอบครัวยังได้ออกมาเผยว่า ที่ลูกๆ ทั้ง 13 คนยังใส่ชุดสีขาวอยู่นั้น เพราะได้ไปรับศพพ่อและทำพิธีกรรมเมื่อช่วงเช้า แต่หากเข้าสู่พิธีสวดอภิธรรมศพก็จะเปลี่ยนเป็นเสื้อสีชมพูเหมือนทุกคน พร้อมบอกทุกคนพยายามจะไม่เศร้าและไม่มีน้ำตาให้เห็น เพราะไม่อยากให้พ่อเป็นห่วง

 

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com